ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ"กู้ร่วม"

29 Apr 2026 Admin
ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ"กู้ร่วม"

การกู้ร่วม (Joint Loan) คือการนำรายได้ผู้กู้ 2 คนขึ้นไปมารวมกันเพื่อเพิ่มโอกาสผ่านและวงเงินกู้สูงขึ้น

สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเป็นเครือญาติหรือคู่ชีวิต (จดทะเบียน/มีหลักฐาน) ทั้งนี้ต้องตระหนักถึงภาระหนี้ที่รับผิดชอบร่วมกัน

หากอีกฝ่ายไม่ผ่อน เราต้องรับภาระทั้งหมด และ กรรมสิทธิ์บ้านจะเป็นของทั้งคู่


1.ตกลงกันให้เรียบร้อยก่อนกู้ร่วม

ระหว่างเรื่องความรับผิดชอบในการผ่อนชำระ กับ ความเป็นเจ้าของ ซึ่งไม่เหมือนกัน และหากต้องแยกทางกัน จะจัดการทั้ง 2 เรื่องได้ตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่างวดที่ต้องผ่อนในแต่ละเดือน ผ่อนแบบใด ทุกคนผ่อนเท่ากัน หรือผ่อนตามกำลังความสามารถของแต่ละคน นอกจากนี้ยังมีเรื่องของกรรมสิทธิ์ในบ้าน ซึ่งตามกฏหมายถือว่าทุกคนที่มีชื่อในโฉนดมีสิทธิ์เท่ากัน ถ้าผ่อนไม่เท่ากันเมื่อผ่อนหมดแล้วจะแบ่งกรรมสิทธิ์กันอย่างไร เป็นเรื่องแรกที่ต้องคุยกันให้เคลียร์จะได้ลดปัญหาที่จะตามมาในภายหลัง


2.การใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี

การซื้อบ้านผู้กู้ต้องเสียดอกเบี้ยให้กับธนาคาร ซึ่งเงินจำนวนนี้สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ตามจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ดังนั้น หากมีการกู้ร่วมกันก็ต้องนำดอกเบี้ยที่จ่ายมาหารเฉลี่ยกันตามจำนวนผู้กู้ เช่น กู้ร่วม 2 คน สมมติว่าเสียดอกเบี้ยบ้าน 120,000 บาท สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้คนละ 50,000 บาทเท่านั้น ซึ่งรวมแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาทตามเกณฑ์ที่กฏหมายกำหนด หรืออีกกรณีที่พบบ่อยผู้กู้ คนแรกเสียภาษีในอัตราที่สูง ส่วนอีกคนเสียภาษีในอัตราที่ต่ำหรือได้รับการยกเว้น กรณีนี้คนแรกจะนำดอกเบี้ยทั้งหมดที่ต้องเสียมาลดหย่อนคนเดียวได้หรือไม่ คำตอบคือทำไม่ได้เช่นกัน โดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกับตัวอย่างข้างต้น คือดอกเบี้ยถูกหารเฉลี่ยเท่ากันตามจำนวนคนกู้


3.ความรับผิดชอบหนี้สิน

เป็นอีกเรื่องที่คนกู้หลายๆ คนเข้าใจผิดคิดว่าแต่ละคนต้องรับผิดชอบหนี้ตามสัดส่วนที่กู้ เช่น กู้ร่วม 2 คน จำนวนเงิน 3,000,000 บาท หากมีปัญหารับผิดชอบแค่คนละ 1,500,000 บาท เป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง หากคนที่กู้คนใดคนหนึ่งไม่จ่าย ผู้กู้ที่เหลือต้องรับผิดชอบหนี้ที่เหลือทั้งหมด หากไม่สามารถรับผิดชอบได้ มีโอกาสที่จะถูกฟ้องร้องในภายหลัง และมีผลทำให้มีประวัติทางการเงินที่ไม่ดีตามมา


4.การขอยกเลิกการกู้ร่วม

ผู้กู้หลายคนพอกู้ไปได้สักระยะหนึ่ง มักมีความต้องการขอยกเลิกภาระด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป เช่น ไม่อยากมีภาระหนี้ หรือต้องการไปกู้ซื้อบ้านเป็นของตนเอง แต่ติดตรงที่มีภาระการกู้เดิม ทำให้การกู้บ้านหลังใหม่ มีความสามารถในการผ่อนไม่เพียงพอตามหลักเกณฑ์ธนาคาร

สำหรับการขอยกเลิกการกู้ร่วม ปกติธนาคารจะพิจารณาว่าผู้กู้ที่เหลือมีความสามารถเพียงพอที่จ่ายหนี้คืนธนาคารได้หรือไม่ ถ้ามีความสามารถเพียงพอ ธนาคารจะอนุมัติให้ยกเลิกการกู้ร่วมได้ แต่หากความสามารถไม่เพียงพอ ธนาคารจะปฎิเสธการขอยกเลิกการกู้ร่วม ซึ่งผู้กู้ที่เหลือต้องส่งเอกสารด้านรายได้มาให้ธนาคารพิจารณาประกอบการขออนุมัติด้วยเปรียบเสมือนการขอสินเชื่อใหม่


5.เช็กประวัติคนที่จะมากู้ร่วม

ปกติหลักเกณฑ์การพิจารณาของธนาคารไม่ว่าจะเป็นผู้กู้หลักหรือผู้กู้ร่วมต้องมีคุณสมบัติที่ผ่านเกณฑ์ของธนาคารเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรายได้มีความชัดเจนหรือไม่ และผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่ธนาคารกำหนดหรือไม่ ภาระหนี้ที่มีอยู่เดิมกับภาระหนี้ที่ต้องผ่อนครั้งนี้เพียงพอหรือไม่ และที่สำคัญประวัติทางการเงินที่ผ่านมาผ่อนได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดหรือไม่ ซึ่งเรื่องต่างๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่ผู้กู้ส่วนใหญ่มักมองข้าม

กลับไปหน้าบทความ
แชท Facebook แอดไลน์ @boyhouse โทร 061-524-4244